วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น้ำยาเอนกประสงค์

สูตรน้ำยาล้างจาน น้ำยาเอนกประสงค์
ส่วน​ผสม
  • N70 (หัวแชมพู)                     1     ​กิ​โลกรัม
  • F24 (สารขจัดคราบไขมัน)      1/2  ​กิ​โลกรัม
  • เกลือ​                                    1-1.5 ​กิ​โลกรัม
วิธีทำ
  1. ต้มเกลือ​โดย​ใช้​น้ำ​ 2-3 ​ลิตร​ ​จนเกลือละลายหมด​ ​ตั้ง​ไว้​จนเย็น
  2. เอา​ N 7O ​ผสม​กับ​ F 24 ​กวน​ให้​เข้า​กัน​ ​ราว​ 10 ​นาที
  3. ค่อยๆ​เทน้ำ​เกลือลงไปทีละน้อยๆ​ ​แล้ว​กวน​ให้​เข้า​กัน​ ​จนหมด
  4. หลัง​จาก​นั้น​ ​เติมน้ำ​ลงไป​และ​กวนเรื่อยๆ​ ​โดย​ใช้​น้ำ​ประมาณ​ 10-15 ​ลิตร​ ​ทั้ง​นี้​ให้​สังเกตว่า​ ​ความ​ข้นของน้ำ​ยาอเนกประสงค์​ ​หาก​ยัง​ข้น​หรือ​เหนียวมาก​ ​ก็​สามารถ​เติมน้ำ​เปล่า​ ​ลงไป​ได้​อีก​ ​จนเห็นว่า​ ​ได้​ความ​ข้นที่​เหมาะสม
  5. ใส่​หัวน้ำ​หอม​ ​กวน​ให้​เข้า​กัน​ ​แล้ว​ตั้งทิ้ง​ไว้​จนฟองยุบ​(1 ​คืน) ​แล้ว​ตัก​ใส่​ขวดเอา​ไว้​ใช้
                                        
การทำแชมพูสมุนไพร
ส่วนผสมว่านหางจระเข้   2   ถ้วยตวง
น้ำมะกรูด   1   ถ้วย
น้ำสะอาด    2   ลิตร (หรือ 2 ก.ก.)
หัวแชมพู   1   กิโลกรัม
ผงข้น   1  ขีด (หรือ 100 กรัม)
ลาโนลีนเม็ด   1  ขีด (100 กรัม)
ผงฟอง   1  ขีด (100 กรัม)
น้ำหอม   25  ซีซี (100 ซีซี. = 1 ช้อนแกง)
                                    
วิธีทำ     นำว่านหางจระเข้ปลอกเปลือกแล้วสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือใช้เครื่องปั่นให้ละเอียด ตวงให้ได้ 2 ถ้วยตวง คั้นน้ำมะกรูพดกรองเอากากเม็ดออก ตวง 1 ถ้วยตวง และผสมน้ำสะอาดอีก 2 ลิตร (หรือ 2 ก.ก.)  กรองด้วยผ้าขาวบางแล้วนำไปต้มให้เดือดสัก 10 นาที ใส่ลาโนลีนคนให้ละลายแล้วให้เดือดอีก 10 นาที ยกลงมาจากเตาใส่ผงซักฟอก คนให้ละลายใส่หัวแชมพูคนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ใส่ผงข้นจำนวน  1 ขีด ถ้าใส่ผงข้นมากกว่านี้จะทำให้เวลาสระ คันศีรษะ ใส่น้ำหอมแล้วบรรจุขวด (ผงข้นใส่ตอนแชมพูที่ทำใกล้เย็นจะทำให้แชมพูข้นดี)

ไผ่

ประโยชน์จากไม้ไผ่
1.  ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
-   ป้องกันการพังทลายของดินตามริมฝั่ง
-   ช่วยเป็นแนวป้องกันลมพายุ
-   ชะลอความเร็วของกระแสน้ำป่าเมื่อฤดูน้ำหลากกันภาวะน้ำท่วมฉับพลัน
-   ให้ความร่มรื่น
-   ใช้ประดับสวน จัดแต่งเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจในบ้านเรือน
2.  ประโยชน์จากลักษณะทางฟิสิกส์ 3.  ประโยชน์จากลักษณะทางเคมีของไม้ไผ่
4  การใช้ไม้ไผ่ในผลิตภัณฑ์หัตถกรรม และอุสาหกรรม  แบ่งออกได้   ดังนี้        ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากเส้นตอก ได้แก่ กระจาด  กระบุง  กระด้ง  กระเช้าผลไม้  ตะกร้าจ่ายตลาด  ชะลอม  ตะกร้าใส่ขยะ  กระเป๋าถือสตรี   เข่งใส่ขยะ  เครื่องมือจับสัตว์น้ำ เช่น ข้องใส่ปลา  ลอบ  ไซ ฯลฯ
เครื่องจักสานในภาคเหนือ
ซ้าหวด เป็นภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ สูงประมาณ 9 นิ้ว เส้นรอบวงประมาณ 30 นิ้ว ก้นเหลี่ยม
ปากกลมใช้ใส่ข้าวเหนียวหลัง จากแช่น้ำไว้ปล่อยให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปใส่ไหข้าวนึ่ง
ก่องข้าว เป็นภาชนะสำหรับใส่ข้าวหนียว 
แอ้บข้าว
หรือ แอบข้าว เป็นภาชนะใส่ข้าวเหนียวเหมือนก่องข้าวแต่ขนาดเล็กกว่า 
โตก
เป็นที่วางกับข้าวคล้ายโต๊ะอาหาร มีรูปร่างกลม มีขาสูงประมาณ 1 ฟุตมีทั้งที่สานด้วย
ไม้ไผ่และหวาย และที่ทำด้วยไม้สัก บางทีก็เรียก ขันโตก 



เครื่องจักสานในภาคเหนือ




เครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านขายเครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน เชียงใหม่เครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านขายเครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน เชียงใหม่
เครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านขายเครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน เชียงใหม่
เครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านขายเครื่องจักสาน เชียงใหม่,ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน เชียงใหม่

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ไม้ไผ่

ไผ่ในประเทศ
ในประเทศไทยนั้น พบไผ่อยู่ 30 ชนิด ดังนี้
  ไผ่ข้าวหลาม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cephalostachyum pergracile )

  • ไผ่คายดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Gigantochloa compressa)

  • ไผ่โจด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Arundinaria cililta)

  • ไผ่ซาง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrocalamus strictus)

  • ไผ่ซางคำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrocalamus latiflorus)

  • ไผ่ซางนวล (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrocalamus membranaceus)

  • ไผ่ซางหม่น (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrocalamus sericeus )

  • ไผ่ตง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrocalamus aspe)

  • ไผ่ตากวาง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Gigantochloa kurzii)

  • ไผ่บง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa nutans)

  • ไผ่บงคาย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Gigantochloa hosseusii)

  • ไผ่บงดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa tulda)

  • ไผ่บงป่า (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa longispatha)

  • ไผ่บงหนาม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa burmanica)

  • ไผ่ป่า (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa bambos)

  • ไผ่เพ็ก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Vietnamosasa pusilla)

  • ไผ่รวก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Thyrsostachys siamensis)

  • ไผ่รวกดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Thyrsostachys oliveri)

  • ไผ่ไร่ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Gigantochloa albociliata)

  • ไผ่ลำมะลอก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa longispiculatar)

  • ไผ่เลี้ยง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa mulfiplex)

  • ไผ่หวาน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa sp.)

  • ไผ่สีสุก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa blumeana)

  • ไผ่หก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrocalamus hamiltonii)

  • ไผ่หลอด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Neohouzeaua mekongensis)

  • ไผ่หอม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa polymorpha)

  • ไผ่เหลือง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa vulgaris)

  • ไผ่เฮียะ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cephalostachyum virgatum)

  • อ้างอิง
    http://th.wikipedia.org/wiki

    วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

    แกะสลัก มะละกอ

    แกะสลัก มะละกอ
                                                         
    ลายผีเสื้อบาน
            ดอกตูม             
    ดอกรักเร่               

    ประโยชน์และความสำคัญ

    ประโยชน์และความสำคัญ
    
    มะละกอเป็นพืชที่เป็นได้ทั้งผักและผลไม้ โดยผล ดิบส่วนใหญ่จะใช้ เป็นผัก ที่ทำ ประโยชน์หรือ ทำอาหาร ได้มากมาย ส่วนผลสุกใช้เป็น ผลไม้ มีรสชาติอร่อย
     และยังมีวิตามินสูงอีกด้วย
    พันธุ์ที่นิยมปลูก
    ถึงแม้ว่ามะละกอจะมีมากมายหลายพันธุ์ แต่เนื่องจากมะละกอเป็นพืชที่มีความ ไว่ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
    จึงมีอยู่ไม่กี่พันธุ์เท่านั้นที่เหมาะกับสภาพดินฟ้า อากาศของบ้านเรา คือ พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์แขกดำ พันธุ์โกโก้ และพันธุ์
    สายน้ำผึ้ง

    มะละกอสร้างชาติ




                                      
                                                         
    ลักษณะทั่วไป
    มะละกอเป็นไม้ล้มลุก (บางครั้งอาจเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น) ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว 5-9 แฉก
    เกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาวอยู่ มะละกอบางต้นอาจมีดอก
    เพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกได้ทั้งสองเพศก็ได้ ผลเป็นรูปรี อาจหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว
     และมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก ส่วนผลสุก เนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ อยู่ภายในกิน
    ไม่ได้
    ประโยชน์
    นอกจากการนำมะละกอไปรับประทานสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ
    หรือนำไปหมักเนื้อให้นุ่มได้อีกด้วย เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า พาเพน (Papain) ซึ่ง
    สามารถนำเอนไซม์ชนิดนี้ไปใส่ในผงหมักเนื้อสำเร็จรูป บางครั้งนำไปทำเป็นยาช่วยย่อยสำหรับผู้ที่มีปัญหา
    อาหารไม่ย่อยก็ได้
    มะละกอ
    (อังกฤษ: Papaya, คำเมือง: เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง สูงประมาณ 5-10 เมตร มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง
    ถูกนำเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม
    นิยมนำมารับประทานทั้งสดและนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ ฯลฯ หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
    ก็ได้

    กล้วย

    สายพันธุ์กล้วย
    
    ในเมืองไทยเรานี้มีกล้วยอยู่มากมายหลายพันธุ์ บางท่านอาจจะรู้จักแต่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ แต่ความจริงแล้วยังมีกล้วยอีกหลายชนิด ทั้งกล้วยที่ทานได้ กล้วยประดับตกแต่งหรือกล้วยสวยงามนั่นเอง และอีกทั้งในกล้วยหอม หรือกล้วยน้ำว้าก็ตาม ยังสามารถแตกออกได้อีกเป็นหลายพันธุ์
    ในสวนลุงตี๋ได้รวบรวมพันธุ์ของกล้วยต่างๆไว้ ดังนี้
                       1 กล้วยหอมทอง
                        2 กล้วยหอมเชียงราย หรือ กล้วยหอมกะเหรี่ยง
                    3 กล้วยน้ำว้าค่อม
                       4 กล้วยน้ำว้าดำ